Shau_Leuw_Hiang's profile+ + + + + ShauPost :: หน...BlogListsNetwork Tools Help

Blog


    หัวกระไดท่าน้ำ

    กฤษกร วงค์กรวุฒิ
    เสียงจากบรรณาธิการ, ฅ.คน, มิถุนายน 2552

                   ไม่มีบ้านเศรษฐีหลังใดในละแวกนี้มี ‘กระไดท่าน้ำ’ หากว่าบางหลังอาจจะดัดจริตมีศาลาและนอกชานโล่งรับลมแม่น้ำ แต่ทั้งหมดก็ถูกล้อมให้ปลอดภัยอยู่ในรั้ว หลังแนวคอนกรีตกันคลื่นซัดตลิ่งที่ตัดตรงจนไม่เหลือรอยต่ออันละมุนละไมของดินกับน้ำ

                   ด้วยเหตุนี้ จึงแทบไม่มีใครออกมานั่งที่นั่น

                   พระจันทร์ขึ้นดึก, ผมนั่งอยู่เหนือหัวกระได น้ำขึ้นสูงปริ่มบันไดขั้นบน อดใจไม่ไหวจึงผลัดผ้าลงไปอาบน้ำ

                   ค่อยๆ ไล่เท้าไปทีละขั้นด้วยความไม่คุ้นเคย นับได้ 5 ขั้น น้ำแม่น้ำสูงเลยอก อุ่นเหลือใจ ในความมืด คิดว่ามันคงเป็นขั้นสุดท้าย ถัดไปคงเวิ้งว้างเหนือผิวเลน หากแต่เมื่อควานเท้าไปในน้ำกลับพบลูกบันไดขั้นที่หก และน่าทึ่งที่มันกว้างหนีปลายเท้าออกไปทุกที

                   ลุงเจ้าของบ้านที่เดินมาส่องไฟฉายให้ตอนผมมาถึง หลับไปแล้ว คงไม่คิดว่าจะมีใครมาโดดน้ำในแม่กลองเอาตอนสองยาม, แกไม่ได้สร้างความประทับใจให้ในตอนนั้น แต่ความคิดเปลี่ยนไปเมื่อค่อยๆ ถัดจนลงมายืนที่บันไดจมน้ำขั้นสุดท้ายนี้

                   ผมยิ้มในความมืด รู้สึกมั่นคงเมื่อก้าวออกมายืนเต็มตัว แม้น้ำปริ่มปาก ลานบันไดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างชุ่ยๆ แต่มันต้องมาจากฐานข้อมูลที่แม่นยำทีเดียว

                   ระดับต่ำสุดของแม่น้ำในยามน้ำลงจะต้องไม่ต่ำกว่าบันไดขั้นนี้ลงไปมาก ตำแหน่งของลานขนาดเมตรเศษๆ นี้ นับว่ากว้างขวางดีพอที่จะใช้ทำกิจกรรม โดยเฉพาะใส่บาตรหลวงตา ซึ่งคนใส่ไม่ต้องนั่งพนมมือแต้ค้ำหัวพระ หรือต้องนำเครื่องถวายใส่กระป๋องหย่อนลงเรือให้น่าเวทนา หรือลงมาซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือกินสักชามก็คงสะดวกดี

                   ขั้นบันไดที่กว้างขวางกว่าปกตินี้บอกอะไรต่อมิอะไรได้มากมายเหลือเกิน เมื่อเทียบกับบันไดปูนที่ต่อมาจากศาลาหลังคาแดงแล้วไปขาดเท้งเต้งอยู่เหนือระดับน้ำเกือบสองเมตรในตอนน้ำลง

                   แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับมันบอกถึงวิถีชีวิตที่เปิดกว้างและพร้อมจะเรียนรู้

                   คงมีแต่คนโง่ ผู้นอกจากไม่รู้จักแม่น้ำ หนำซ้ำยังไม่เคยใช้สมองคิดเท่านั้น ที่ยอมเสียเงินสร้างศาลาเรือนแสน แต่ไม่ดีพอจะให้ออกมานั่งเล่นมองแม่น้ำ หัวกระไดที่ควรจะใช้ประโยชน์ได้ก็สร้างขึ้นมาด้วยเหตุเพียงว่า มันน่าจะมีไว้สักหน่อย เพราะที่ไหนก็มี แต่เอาไปทำอะไรไม่รู้

                   ในปลายสายฝนที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหาบ้านปลายหัวแหลม คำอธิบายว่าทำไมที่นี่มันถึงฉีกลมออกเป็นสองทางอย่างนั้น ฉลาดลึกซึ้งพอจะทำให้ผมหมดข้อกังขาว่า คนที่เกิดและโตอยู่ในร่องสวนมะพร้าว คิดได้เหมือนกับอัลวิน ทอฟเลอร์ ที่ชี้ว่า การสื่อสารได้ทำลายเอกภาพของชุมชนในคลื่นลูกที่หนึ่งลงอย่างราบคาบ เพราะมันทำให้ทุกคนคิดไปบนประสบการณ์ของคนอื่นอย่างมีรายละเอียดจนเกิดควบคุม

                   หัวกระไดท่าน้ำ เป็นหนทางเก่าแก่ที่ชาวสวนใช้เป็นประตูเชื่อมโลก; โลกที่เคลื่อนที่ช้าๆ ผ่านมาตามแม่น้ำ น่าแปลกที่ประตูเชื่อมโลกบานนี้สร้างคนที่น่าพึงพอใจเสียยิ่งกว่าคนที่มีประตูให้เลือกหลายร้อยหลายพันบานที่ ‘ออน’ มาตามสาย

                   บางที การเท่าทันโลกอาจไม่ใช่การได้ข้อมูลข่าวสารทั้งหมด หากแต่เป็นความฉลาดพอจะรู้ว่า ข่าวสารข้อมูลชนิดไหนที่ใช้ประโยชน์ได้กับชีวิตที่ดำรงอยู่

                   ในท่ามกลางกระไดท่าน้ำที่ลอยโด่เหนือพื้นน้ำ ไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้เรามีตลาดน้ำเปิดใหม่ให้ฮือฮาไปทั่ว แม้แต่ในพื้นที่ที่ไม่เคยมีตลาดน้ำมาก่อน

                   และมีคนพร้อมจะตามไปถึงทันทีที่ได้ข่าว โดยไม่สำเหนียกใจว่าของอร่อยที่ได้กินมันแยกหม้อคนละใบกับที่ชาวบ้านเขากินกันจริงๆ

                   และไม่ทันมองเห็นอีกด้วยว่า คนอีก 75 จังหวัดที่เหลือ...

                   กำลังหัวเราะขำ.